รู้ตัวดีว่าเป็นคนไม่เก่งศิลปะแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ห่างหายจากการวาดๆ เขียนๆ ระบายสี
เหมือนที่เคยทำสมัยตอนเรียนมัธยมมาเกือบจะ 5 ปีได้มั้ง
เรียนศิลปะล่าสุดก็ตอน ม.4 วาดไม่ดี ระบายสีไม่คล่อง
วันนี้ตอนเย็นๆ ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ เลยเดินเล่นตรงไปที่งานจตุรัสศิลป์
ไม่รู้ว่าใครจัด และจัดมาเพื่ออะไร แต่ที่รู้คือไปเดินเล่นทุกปีเลยตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง
นักเรียน นิสิตจุฬา และคนนอกเอาของมาวางขายเยอะแยะไปหมด
ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของกิน เต็มไปหมด
และที่ขาดไม่ได้คืองานศิลปะในรูปแบบต่างๆ
โปสการ์ด วาดรูปเหมือน สมุดทำมือ ภาพถ่าย แบบที่มีเหมือนทุกๆปี
ต่างกันก็ตรงที่มีอะไรบางอย่างมาสะกิดต่อมศิลปะของฉัน
ไม่ใช่ของทีี่คนอาร์ตๆเค้าทำกันหรอกนะ
แต่เป็นลานแสดงความคิดเห็นที่จัดอยู่หน้างาน
มันคือบอร์ดที่ทำจากไม้สีขาวกว้างๆ
พร้อมกับสีชอล์กหรือสีเทียนก็ไม่รู้ เอาไว้ให้เราเขียน
ฉันไม่รู้จะเขียนอะไร ก็เลยวาดรูปเลยละกัน
ของตั้งชื่อภาพนี้ว่า “ตัวอ่อน”

แรงบันดาลใจมาจาก การที่คนเราเติบโตมาต้องผ่านการเป็นตัวอ่อนมาก่อน
คนสวยก็เคยขี้เหร่มาก่อน …. ดูจริงจังเนอะ
เอาจริงๆแล้วก็วาดไปงั้นแหละ ไม่มีความหมายหรอก แหะ แหะ
เขียนเสร็จแล้วก็ว่าจะเดินกลับไปใต้ดินเพื่อเดินทางกลับบ้านต่อ
แต่บังเอิญเหลือบไปเห็น เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มากับพ่อ
พ่อของน้องเค้าน่าจะเป็นศิลปิน ถ้าดูจากการแต่งตัวและทรงผมแล้ว
(แต่บางทีก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะฉันทั้งหัวฟูและแต่งตัวดูซกมก แต่ก็ไม่ได้เป็นศิลปิน)
พ่อน้องเค้าหยิบสีขึ้นมาใส่ในมือน้อยๆของน้องคนนั้น…

ต่อมศิลปะที่ถูกเก็บไว้ลึกจนถึงลึกมากก็ระเบิดแตกออกมา
เหมือนสีแดงที่พุ่งมาจากภูเขาไฟที่ปะทุอย่างเร่งเร้าร้อนแรง
อาจจะเว่อไปหน่อย แต่ก็ไม่เป็นความจริงหรอก
แค่ทำให้ได้หยุดดูและมองเห็นพื้นที่แสดงศิลปะแห่งใหม่
ดูเหมือนว่ามันจะจัดขึ้นมาเพื่อนฉันโดยเฉพาะ
มันคือ…..พื้นซีเมนต์นั้นเอง
ไม่รอช้า หยิบชอล์กอันใหญ่เท่าเส้นรอบวงของที่ว่างภายในนิ้วที่ท่าทำโอเค
ขีดๆเขียนก็ได้ออกมาเป็นศิลปะชิ้นหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เกิดมา

ความจริงก็ไม่ได้ต่างจากชิ้นแรกเท่าไหร่ เห่อๆ
จากนั้นก็เดินกลับไปใต้ดินเพื่อจะกลับบ้าน
เดินผ่านร้าน ส ร้านขายเครื่องเขียน
ด้วยอารมณ์ศิลที่ยังตกค้างทำให้ได้สีน้ำมาชุดหนึ่ง พู่กัน และจานสี กลับมา
เมื่อถึงบ้านจึงได้ผลงานออกมาชื่อว่า “นางเงาะ” แบบนี้

สวัสดี ศิลปะ