02.01.2010

January 2, 2010 by rongtaotae

ความจริงก็อยากจะอัพตั้งแต่วันที่ 1 แหละ จะได้เอาฤกษ์ซักหน่อย
แต่ก็ไม่ได้เริ่มจนเข้าเอาวันที่ 2 เนี่ยแหละ

ความจริงปีใหม่ก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรไปกว่าวันอื่นๆ
ส่วนใหญ่คนก็มักจะกำหนดเป้าหมาย และความสำคัญต่างๆไปที่วันนี้กันไปหมด
จะเริ่ม……ปีใหม่นี้แหละ
พอผ่านวันที่ 1 ไปก็ชักเริ่มจะปีเก่าอีกแล้ว
แต่ก็ช่างมันเถอะ จะวันไหนๆ เราก็ยังเหมือนเดิม
แค่รู้สึกว่าตัวเองจะช้าขึ้น 1 สตอป ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน

แต่ความจริงปีใหม่นี้ก็มีแพลนจะทำบางสิ่งเหมือนกันนะ
คือการถ่ายรูปทุกๆวัน แพลนไว้กับโรส
แต่ไม่รู้ว่าเอาจริงๆจะทำได้กันกี่วันกัน

รูปในวันที่ 01.01.2010 ยังไม่ได้เอาไฟล์ลง
เพราะถ่ายด้วยกล้องคอมแพค และไม่ได้เอา card reader มา
วันนี้ก็เลยถ่ายด้วยกล้องมือถือ เพราะลืมเอากล้องคอมแพคออกจากบ้าน
ก็เลยได้รูปออกมาชุดนี้
art on earth :)

มันก็คือพื้นที่เราเหยียบกันอยู่ทุกวันดีๆนี่แหละ

สวัสดีปีใหม่

i won’t wait for you.

December 16, 2009 by rongtaotae

i won’t wait for you

but i still love you

สวัสดี ศิลปะ :)

December 15, 2009 by rongtaotae

รู้ตัวดีว่าเป็นคนไม่เก่งศิลปะแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ห่างหายจากการวาดๆ เขียนๆ ระบายสี

เหมือนที่เคยทำสมัยตอนเรียนมัธยมมาเกือบจะ 5 ปีได้มั้ง

เรียนศิลปะล่าสุดก็ตอน ม.4 วาดไม่ดี ระบายสีไม่คล่อง 

วันนี้ตอนเย็นๆ ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ เลยเดินเล่นตรงไปที่งานจตุรัสศิลป์

ไม่รู้ว่าใครจัด และจัดมาเพื่ออะไร แต่ที่รู้คือไปเดินเล่นทุกปีเลยตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง

นักเรียน นิสิตจุฬา และคนนอกเอาของมาวางขายเยอะแยะไปหมด

ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของกิน เต็มไปหมด

และที่ขาดไม่ได้คืองานศิลปะในรูปแบบต่างๆ

โปสการ์ด วาดรูปเหมือน สมุดทำมือ ภาพถ่าย แบบที่มีเหมือนทุกๆปี

ต่างกันก็ตรงที่มีอะไรบางอย่างมาสะกิดต่อมศิลปะของฉัน

ไม่ใช่ของทีี่คนอาร์ตๆเค้าทำกันหรอกนะ

แต่เป็นลานแสดงความคิดเห็นที่จัดอยู่หน้างาน

มันคือบอร์ดที่ทำจากไม้สีขาวกว้างๆ

พร้อมกับสีชอล์กหรือสีเทียนก็ไม่รู้ เอาไว้ให้เราเขียน

ฉันไม่รู้จะเขียนอะไร ก็เลยวาดรูปเลยละกัน

ของตั้งชื่อภาพนี้ว่า “ตัวอ่อน”

แรงบันดาลใจมาจาก การที่คนเราเติบโตมาต้องผ่านการเป็นตัวอ่อนมาก่อน

คนสวยก็เคยขี้เหร่มาก่อน …. ดูจริงจังเนอะ

เอาจริงๆแล้วก็วาดไปงั้นแหละ ไม่มีความหมายหรอก แหะ แหะ

เขียนเสร็จแล้วก็ว่าจะเดินกลับไปใต้ดินเพื่อเดินทางกลับบ้านต่อ

แต่บังเอิญเหลือบไปเห็น เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มากับพ่อ

พ่อของน้องเค้าน่าจะเป็นศิลปิน ถ้าดูจากการแต่งตัวและทรงผมแล้ว

(แต่บางทีก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะฉันทั้งหัวฟูและแต่งตัวดูซกมก แต่ก็ไม่ได้เป็นศิลปิน)

พ่อน้องเค้าหยิบสีขึ้นมาใส่ในมือน้อยๆของน้องคนนั้น…

ต่อมศิลปะที่ถูกเก็บไว้ลึกจนถึงลึกมากก็ระเบิดแตกออกมา

เหมือนสีแดงที่พุ่งมาจากภูเขาไฟที่ปะทุอย่างเร่งเร้าร้อนแรง

อาจจะเว่อไปหน่อย แต่ก็ไม่เป็นความจริงหรอก

แค่ทำให้ได้หยุดดูและมองเห็นพื้นที่แสดงศิลปะแห่งใหม่

ดูเหมือนว่ามันจะจัดขึ้นมาเพื่อนฉันโดยเฉพาะ

มันคือ…..พื้นซีเมนต์นั้นเอง

ไม่รอช้า หยิบชอล์กอันใหญ่เท่าเส้นรอบวงของที่ว่างภายในนิ้วที่ท่าทำโอเค

ขีดๆเขียนก็ได้ออกมาเป็นศิลปะชิ้นหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เกิดมา

ความจริงก็ไม่ได้ต่างจากชิ้นแรกเท่าไหร่ เห่อๆ

จากนั้นก็เดินกลับไปใต้ดินเพื่อจะกลับบ้าน

เดินผ่านร้าน ส ร้านขายเครื่องเขียน

ด้วยอารมณ์ศิลที่ยังตกค้างทำให้ได้สีน้ำมาชุดหนึ่ง พู่กัน และจานสี กลับมา

เมื่อถึงบ้านจึงได้ผลงานออกมาชื่อว่า “นางเงาะ” แบบนี้

สวัสดี ศิลปะ :)